
กลับมาแล้วจ้า แฟน แฟนทั้งหลาย… (ซึ่งแปลว่าอาจจะมีคนอ่านอยู่ 2 คน!!!)
กลับจากการไปสำรวจเส้นทางกาแฟเวียนนา ตามความอุตริคิด “ไม่พอเพียง” ของ copywriter ตกยาก ที่หอบผ้า หอบผ่อนหนีตามเพื่อนสนิทไปตะลุยยุโรปกลาง ปานจะเข้าตะวันออกในเดือนกันยายนนี้
ก่อนจะเล่าเรื่องเที่ยวเพียวเพียวให้เมาตัวหนังสือตายไปข้าง ก็ขอรายงานรสชาดกาแฟต่างถิ่น แบบคนไม่มีดีกรีด้านอาหารหรือเครื่องดื่ม แต่มีพุงขนาด XL เป็นหลักฐานการกรำศึกนะคะ
กาแฟแก้วแรกทีไปซด ก็ที่พระราชวัง Schloss Schonbrunn (เชินบรุนน์) ตรงบริเวณที่เป็นอาคารเต้นรำเหล่าไฮโซรุ่นเก๋า (ศตวรรษที่แล้ว)ของออสเตรีย กลางกรุงเวียนนา หลังจากจดใส่กระดาษไปตัวเบ้อเร่อ เพื่อจะกระแดะสั่งกาแฟเป็นภาษาเขา เราก็ได้ “ไคลเนอร์ เบราเนอร์” กาแฟใส่นมถ้วยย่อมๆ ราคา ยูโรกว่าๆ มาดื่มให้หายเย็นหูที่อุตส่าห์จะปีนขึ้นเนินสูงมาในวันลมโกรกเช่นนี้… กลิ่นหอมอ่อนไม่เตะจมูกจนเืลือดสาด รสชาดอ่อนๆ จนอยากนอนมากกว่าอยากตื่น เลยสรุปว่า กาแฟแก้วต่อไป ก็คงต้องกลับไปง้อ Cappuccino อย่างเดิมซะแล้ว
*
*
แก้วนี้ ก็ยังกระแดะต่อไปอย่างไม่อ่อนข้อ ในการขอนั่งจิบคาปูชิโน่ถ้วยเขื่อง ที่ “อาคารชมสวน” ใน Melk Abbey ที่เป็นเสมือนป้อม+ปราสาท+มหาวิทยาลัย ของเจ้าผู้ครองเมือง Melk เมืองเอกของย่าน Wachau ที่ยุคนั้นสมัยนั้น จะมี “พระ” เป็นใหญ่ในแผ่นดิน
หากเห็นลายสีที่เขียนอยู่บนผนัง ขอให้ทราบว่าทั้งหมดเป็นลายเขียนมือ หาใช่ wallpaper ไม่ !!! … พระยุคนั้นคงห่างจากคำว่า “ปลง” เอาการ ด้วยอาคารสถานที่อยู่ ที่กิน มันช่างอลังการม่านเมฆ ขนาดอ๊อดวรายุทธชิดซ้ายไปเลย… กาแฟแก้วนี้เริ่มบ่งบอกความเป็นออสเตรียมากขึ้นว่า กาแฟที่นี่จะกลิ่นอ่อน รสนุ่มๆ ไม่รุนแรงเป็นอเมริกันชนที่เราคุ้นลิ้นกันเท่าไหร่ แต่ดื่มแล้วก็สบายใจในอัตราใกล้เคียงกัน เหมาะแก่วันสุนทรีย์ และวัน “ปลง” แทนพระในศตวรรษก่อนด้วย
*
*
แก้วถัดมาเรายังวนเวียนอยู่ในบริเวณ Wachau (วัคเค่า) ของที่ราบลุ่มออสเตรีย (Lower Austria) ซึ่งไม่ไกลจากกรุงเวียนนานัก ย่านวัคเค่าที่ว่านี่ครอบคลุมหลายเมือง ในบริเวณลุ่มน้ำดานูบขึ้นไปทางเหนือของเวียนนา เป็นพื้นที่ที่มีอากาศดีและชุ่มชื่นทั้งปี จึงเป็นแหล่งผลิตไวน์ขาวชั้นเลิศของยุโรป เรามาแวะที่เมือง Langenlois (แลงเกลอย) ทางเหนือของเมือง Krems (เครม) ที่ว่ากันว่า เป็นเมืองที่ผลิตไวน์ที่ดีที่สุด ถึงขนาดมีพิพิธภัณฑ์ไวน์ ที่เรียกว่า Loisium (ลอยเซียม) อยู่ที่นี่
ขณะรอเพื่อนๆ ชิมไวน์ เราก็แอบหนีมาชิมกาแฟแทน คาปูชิโน่ที่นี่แก้วเล็กกว่าไวน์เยอะ บางทีอาจแพงกว่าไวน์ด้วย ก็ต้องยอมเสียค่าโง่กันไป ก็เขาออกประกาศตัวโต่งๆ ว่าขายไวน์ ขายไวน์ ยังเสล่อมาสั่งกาแฟอีก
แต่ปรากฏว่าเป็นกาแฟแก้วเล็กที่รสติดลิ้น ยังหอมอ่อน แต่แรงได้ใจ เขาเสริฟมาพร้อมเมล็ดฟักทองอบแห้งคลุกผงกาแฟ …แหม มันเข้ากันแบบบอกไม่ถูกเชียว
*
*

แก้วนี้ขอพูดถึงกาแฟที่มากับอาหารเช้าบ้างนะคะ หากเราไปพักตามโรงแรมหรือ B&B ซึ่งภาษาท้องถิ่นที่นี่จะเขียนว่า ZIMMER แล้ว เราจะได้อาหารเช้าแบบมาตรฐานมาเชยชม คือขนมปังเนื้อเหนียวแน่น กินหมดก้อนก็นั่งพุงปลิ้น กับเนยและชีสต์หลากชนิด ที่ขอบอกว่าอร่อยลืมตายได้เหมือนกัน แตถ้า่กินต่อๆ กันสัก 5 วัน ก็มีอาการโหยน้ำพริกเผากับเขาเหมือนกัน
อาหารเช้าที่เห็นคือที่ Salzburg เราได้มาพักโรงแรมสามดาวแต่ดูดีมาก หากแต่ห่างจากตัวเมืองมาหน่อย งวดนี้โชคดีที่เรามีรถ ทางเลือกของเราเลยมีเยอะขึ้น ในราคาที่ถูกลง การได้มาอยู่บนเขาเห็นเมือง Salzburg ทั้งเมืองอยู่ที่ปลายตา มันเป็นสวรรค์ชั้นดีในราคาเท่ากับโรงแรมที่เมืองไทยเลยนะพ่อคุณ
ทุกที่ที่มีอาหารเช้าให้ จะมีกาแฟให้เราดื่มไม่อั้น และก็ขอบอกว่าจะเป็นกาแฟสดที่ปลุกให้ตื่นได้ในจิบแรก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีทางเลือก หากใครอยากจะดื่ม Espresso รสเข้มเฉพาะสายพันธุ์ เขาก็จะตั้งเครื่องรอให้ไปจัดการเอง อีฉันเสียค่าโง่อีกแล้ว ที่เดินบุ่มบ่ามไปสั่งเครื่องมันทำ espresso มาแก้วนึง แต่พอจิบเข้าไป …เอ๊ะทำไมรสชาดอ่อนจัง?…. เหลือบซ้ายแลขวาอีกที อ้อ เห็นฝรั่งเขาต้องใส่กลักกาแฟเข้าไปก่อน แล้วค่อยกดเครื่องชง… เราเลยได้กินน้ำล้างกาแฟ ….ที่ขอบอกว่ายังเข้มข้นกว่ากาแฟบางร้านในเมืองไทยซะอีก …จบข่าว… โง่นี่!!!
*
*
แก้วนี้ที่ Hallstatt เมืองทะเลสาบแสนสวยของออสเตรีย ที่ไม่ทันจะยกมือขึ้นถ่ายรูป กาแฟก็หมดแล้ว เพราะเวลาเจอวิวสวย คาเฟอีนจะไหลลงคอเร็วจัง แต่ขอบอกว่าวิวขนาดนี้ กินน้ำเปล่ายังหวานเลยนะคะ
*
*
ต่อกันที่เลยมานึกได้อีกที ก็มาโผล่ที่ Cesky Krumlov ที่ Czech Replublic ซะแล้ว
ที่นี่เราเริ่มหาที่พักเป็นแบบ Apartment คือ เขามีห้องหับ ห้องน้ำ ห้องครัวเสร็จสรรพ แต่ไม่มีบริการอะไรนอกจากนั้นเลย แต่พวกเราชอบมากตรงมีครัวให้ด้วย และแน่นอนที่สุดมีชา กาแฟ แบบไม่ยั้ง แต่อ่ะนะ ของฟรีก็ต้อง Instant เป็นธรรมดา
ที่ Krumlov House นี่เราได้ apartment คล้ายถ้ำ ผนังเป็นปูนเปลือยทาสีเหลืองสด บางส่วนก็เขียนภาพ fresco สวยงาม เราเลยอารมณ์สุนทรีย์มาชงชาร้อนๆ จิบกิน คนนึงนั่งเขียนบันทึก ส่วนอีกคนได้ทีทอดหมูยอที่แบกกันมาจากกรุงเทพ ให้กลิ่นมันคลุ้งทั่ว Krumlov กันไปทีเดียวเชียว
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การเที่ยวนานๆ ขอให้มีน้ำพริกสักกระปุก หมูหยอง หมูยอ หมุแผ่น ติดไว้ไม่เสียหลาย ดีกรีความสุขจะพุ่งปรี๊ดให้ฝรั่งอิจฉาเลยเชียว
*
*
กาแฟแก้วนี้ขอยกนิ้วให้ ว่าเป็นที่สุดของทริปนี้ ที่ Cesky Krumlov ครับคุณนาย
จริงๆ ไม่ได้กะจะดื่มกาแฟเลย แต่เนื่องจากทริปนี้เรามีเด็กเล็กร่วมทาง ยามที่หิวนมขึ้นมา เราเลยต้องเลี้ยวเข้าร้านกาแฟ เพื่อขอปันนมร้อนใส่ขวดให้เด็กดูด สหายผู้ใหญ่เลยได้ทีสั่งกาแฟคาปูชิโน่แก้วยักษ์มานั่งพักพุงเป็นเพื่อน
กาแฟ ไม่ กาแฟเปล่า… ดันถูกยั่วอารมณ์ด้วยตู้ขนมตู้ยักษ์ อะไรไม่รู้ดลใจให้ชี้นิ้วไปยังกองเอแคร์ขนาดเท่าภูเขา ที่เขาบอกว่าเป็นขนมประจำท้องถิ่น โดยเรียกชื่อเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่เอแคร์ แต่เอาหนะจะเรียกอะไรก็ช่าง ขอเอามาจิ้มดูดสักหน่อยนะ
เอแคร์นับสิบลูก ถูกเชื่อมให้ติดกันด้วยคาราเมลข้น และผ่านการแช่เย็นในอุณหภูมิพอดี จนพอเข้าปากคำแรก ก็รู้สึกสดชื่นเย็นช่ำ ด้วยรสที่อ่อนหวาน แต่เน้นทางนุ่มนวลและมันซะมากกว่า เข้ากับกาแฟรสเข้มข้น (กว่าทางออสเตรีย) ที่แต่งหน้ามาด้วยทั้งผงโกโก้ และครีมโกโก้ผสมกัน… อร่อยจนต้องเลียริมฝีปาก ไม่อยากให้หมดแก้วเลยทีเดียว
*
*
ต่อกันที่กาแฟคั่นจังหวะ หลังมืออาหาร เมือง BRNO ที่ยังอยู่ Czech Replublic ยืนยันอีกครั้งว่ากาแฟ czech จะเข้มข้นกว่าทางออสเตรีย แต่ไอ้ที่จะทำให้หายง่วงได้แค่ไหน? อันนี้ไม่รับประกัน เพราะหลังจากกินอาหารแป้งไปหนักท้องแล้ว กาแฟแก้วนี้ ก็มิได้สัมฤทธิ์ผลทางประสาทแต่อย่างใด… เสียชาติคาเฟอีน หมดเลย
เราเดินทางต่อมาถึง เมือง Bratislava เมืองหลวงของ Slovak Republic … old town ที่นี่ เล็กๆ และมีสเน่ห์จับใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนใครเอายุโรปย่อส่วนให้เราได้ชื่นชม แต่ก็ไม่ขี้โอ่จนใหญ่โต แหงนคอมองเหมือนที่อื่น ผู้คนที่นี่โอภาปราศัย และยิ้มแย้ม ผิดกับ Czech ที่เพิ่งผ่านมา ที่เปรียบเหมือน “เสือยิ้มยาก” กลางปราสาทในนิยาย
*
*
ที่นี่เราได้จิบกาแฟแก้วเขื่องตอนง่วงเหงา เลยไม่ได้กดชัตเตอร์มาเป็นพยาน …แต่ฤาจะผ่านแก้วกาแฟของเมืองนี้ไปง่ายๆ ก็เห็นที่จะยอมกันไม่ได้ พอเห็นรูปหล่อของศิลปินดังของโลก ANDY WARHOL กำลังจิบกาแฟอยู่ ก็ปราดขอเข้าไปร่วมวงเมากาแฟกับสุดยอดนักเซอร์ระดับโลกกันหน่อย…. แหม ขนาดไม่ได้จิบกาแฟจริงๆ กับแก ยังปลื้มขนาดเลยท่าน
*
*
แล้วเราก็เดินทางถึงปลายทางของของการล่องเมืองดานูบของทริปนี้จนได้ ที่ Budapest ของ Hungary หลังจากเหนื่อยอ่อนในการปีนทั่วเนินเขาแห่ง Buda เราข้ามดานูบกลับมายังฝั่ง Pest ที่พักของเรา มาหมดแรงเอาดื้อๆ หน้ามหาวิหาร St. Stephen Cathedral เลยได้หยุดชนแก้วกับโดมใหญ่กลางเมือง Budapest ซะเลย
*
*
เราสั่งลาคาเฟอีนต่างแดนที่ตลาดเช้าที่เวียนนา เป็นตลาดสดที่ขายหมู เนื้อ ผัก แต่ก็มีแผงอาหารเช้าสลับไปมา คงเหมือนตลาดเช้าบ้านนั่นแหล่ะ เพียงแต่ว่ามันสะอาดเก๋ไก๋เปิดเพลง Techno กันตั้งแต่พระอาทิตย์บิดขี้เกียจ เราได้กาปฟที่นี่เปิดตาไปกับอาหารเช้าแบบออสเตรียแท้ ไข่ทอดและสลัดผัก เพื่อจะล้างปากก่อนกลับไปกินน้ำพริกที่บ้าน
*
*
อาจจเพราะลิ้นชาที่อยู่ต่างแดนมาหลายวัน ทำให้คิดถึงโอเลี้ยงแก้วเย็นๆ หวานฉ่ำๆ ของบ้านเราอยู่ตะหงิดๆ กาแฟแก้วสุดท้ายนี้จึงเป็นเพียงคาเฟอีนเพียวๆ เริ่มไร้รส ของความตื่นเต้น แต่กลับปนความถวิลหาบ้านมาแทนที่ แต่ยังไงก็ตาม ก็ถือเป็นการอำลาทริปนี้อย่างสง่างาม ในการชื่นชมมหาวิหารในจุดที่ดีสุดของเมือง คือ… เหนือพรายฟองนมปั่นบนคาปูชิโน่แก้วโตของเรานั่นเอง
ให้ตายซิ…. แล้วก็มาถึงแก้วกระดาษนี้จนได้ คุ้นๆ ไหมค่ะ ว่าที่ไหน?
สุวรรณภูมิบ้านเฮานี่เอง… Black Canyon เสริฟคาปูชิโน่รสแปร่งใส่แก้วกระดาษ อย่างเสียเชิงกาแฟราคาแพง (ราคาเดียวกับเมืองนอก) แต่ขอบอกว่า มันทำให้คนไทยร้างถิ่น ชื่นใจได้อย่างประหลาด ตอนตีห้าของวันที่เหยียบแผ่นดินแม่
การท่องเที่ยวทำให้เปิดหู เปิดตา …ตาสว่าง เหมือนได้คาเฟอีนปั่นสดๆ ดื่มซะทีตอนแบตอ่อน จะกระชุ่มกระชวยได้ที แต่จะให้ลืมรสกร่อยน้ำประปาบ้านเฮาเห็นทีจะยาก …. รักเมืองไทยจะตายอยู่แล้ว
……………………………………
รวมเรื่องท่องสายน้ำดานูบ ภาค “ออสเตรีย”… ดังนี้
ดอกไม้ ใบหญ้า บนทุ่ง Tuscany of Austria
ถึงดานูบจะยิ่งใหญ่ ก็โอบ Stift Melk …ไม่มิด
Maria คืนชีพได้ทุกวัน ที่ Salzburg
Hallstatt รักแรกพบ กับเมืองสองรุ้ง
ส่วนประเทศอื่นๆ ได้แก่ เชค, สโลวัค, ฮังการี ยังไม่ได้ฤกษ์เขียนสักกะที
แต่หากใครอยากทราบวิธีเดินท่องในเมืองเหล่านี้
ลองถามมาที่… เรียกความจำมาทำงาน …EAST EUROPE
ถ้าหากทราบ หรือจำได้ จะช่วยเล่าให้ฟังจ้า
อาโก….. โอเลี้ยงแก้วนึง!
อยากชิมกาแฟถ้วยที่สาม(ในแหล่งไวน์)ด้วยจัง ท่าทางจะอร่อย ถ้ายกมานั่งจิบที่ Krumlov House ตอนเช้าหลังจากตื่นนอน นั่งมองภาพ fresco ไปด้วย คงได้อารมณ์ดี
ก็อยากให้คุณพี่ espresso ไปด้วยกันเหมือนกัน คงทำให้รสชาดกาแฟกลมกล่อมขึ้นอีก เหมือนวันที่เราไปนั่งดูดอกไม้บานเหนือควันกาแฟที่ดอยตุงไงคะ
ว้า….. อุตส่าห์ปลอมตัวตั้งหลายตลบ ถูกจับได้ซะละ
ดูจากภาพแล้ว ถึงกาแฟบางถ้วยจะไม่ค่อยถูกปาก แต่ความรู้สึกและบรรยากาศรอบข้างคงทำให้กาแฟถ้วยนั้นเป็นมากกว่า…แค่กาแฟหนึ่งถ้วย
Lovely company always make a big difference of how tasty coffee can be…
Love the way you capture things, very vivid !
คงหายสงสัยแล้วซิว่า
ทำไมพอกาแฟมาเสริฟ แล้วฉันควักกล้องมาถ่ายก่อนจิบ..ทู้กกกกที
แต่ก็มีบ้างที่ซดฮวบเดียวเกลี้ยงจนลืมชักรูปเนอะ
แล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า
มีเพื่อนดี เที่ยวที่ไหนก็สนุกเนอะ
เข้าใจความรู้สึกคิดถึง ‘ไทยๆๆ’ เลยค่ะ หลังจากเจออาหารของพี่เลี่ยน และเบียร์ของพี่เยอรมัน หลายๆ วันเข้า อะโหหหหหหหห คิดถึงชาเย็น กะ ผัดไทย ชะมัด
ใช่เล้ย
วันท้ายๆ ของการเที่ยว อดรนทนไม่ไหว เลยขอเข้าร้านอาหารไทยเสียหน่อย
ทั้งๆ ที่รู้ว่าแพงขนาดดดดดดดดดดด
ก็ขอให้ได้กลิ่นพริก กลิ่นกระเทียม และสั่งโอเลี้ยงมาซดจริงๆ นะเจ้ย
5 5 5 5
แค่แวะมาอ่าน ก้อเหมือน จะได้กลิ่นกาแฟหอมๆ มากับ สายลมเย็นๆ
อืมมมมม….. อ่านแล้วสดชื่นจังค่ะ