ออกจากเมือง Wien หรือ Vienna
หลังจากเดินรอบพระราชวัง Hofburg แล้ว
พอได้เหงื่อซึม เราก็ได้ออกเดินทางตามเส้นทาง the Romantishe Strasse
หรือถนนสายโรแมนติคที่เรียบสายน้ำดานูบเข้าสู่เมือง Krems
ดานูบไหลเชี่ยวจนบางครั้งดูหวาดเสียวมากกว่าโรแมนติค
*
ที่ Krems เรามากินข้าวกลางวันเท่านั้นเพราะเมืองเล็กเท่าอึดใจ
ร้านรวงปิดเที่ยงตอนเราไปถึง
เราเลยชดเชยด้วยการเดินขึ้นเนินเขาไปชมโบสถ์หลังเล็กๆ ที่อบอุ่น
วัดและวังที่นี่จะเรียกเหงื่อเราด้้วยการตั้งอยู่บนเขาเสมอ
และ มักจะมีสายน้ำพาดผ่านในละแวกใกล้เคียง
*
คำว่า “ฮวงจุ้ย” และ “ยุทธภูมิ”คงเป็นเรื่องสากลเหมือนกันทั้งโลก
เราเลือกจะนอนที่เมือง Melkเพื่อชมย่าน Wachau อันเลื่องชื่อ
ของที่ราบลุ่ม Lower Austria (ที่ราบต่ำของออสเตรีย ไม่ใช่ออสเตรียล่าง…กว่า)
อันเป็นจุดเชื่อมวัฒนธรรมจากทั่วทิศและแหล่งผลิตไวน์ขาวชั้นเลิศ
*
เราหา “i” ได้ จนสอบถามได้ที่พักเป็น Farmhouse เล็กๆ น่ารักๆ ชานเมือง
ที่ซึ่งเราได้สัมผัส Tuscany แห่ง Austria เต็มตา
คืนนี้เราได้ทานอาหารที่ร้านอร่อยในเมือง Melk
เป็น Hotel ที่ Michelin recommended
(Stadt Melk – Tom’s Restaurant)
………………………………………………………………….

ถนนสายโรแมนติคในวันฟ้าข้นเมฆ
และน้ำไหลเชี่ยวปานความรักแสนฉุนเฉียวของหญิงวัยกลางคน
ถนนเส้นนี้จะเห็นคนขี่จักรยานและ treking จำนวนมาก
ด้วยเพราะสวยงามและถูกโปรโมตให้เป็นเส้นทางยอดฮิต
ของถนนโรแมนติคต่อลงมาจากเยอรมัน
*
*


เมือง Krems เล็กเท่าสุดปลายทางที่หอนาฬิกาข้างหลังนั่น
และไกลอีกระยะทางเท่ากันด้านหน้าของเรา
*
*


โบสถ์หลังเล็กที่ krems
ไม่อลังการแต่อบอุ่นด้วย Fresco สีหวาน
ราวกับเทวดาจะลอยออกมาได้จริงๆ
*
*

Farmhouse หลังสวยที่สะอาดสะอ้าน
เกินคำแปล ภาษาไทยว่า… บ้านไร่ปลายนา
ฟาร์มนี้ชื่อว่า Gaudihof Kaltenbrunner
*
*

เครื่องหมายเตียงบนพื้นเขียว ตรงหน้าบ้านนั่น
อาจจะมากับตัวหนังสือว่า Private Zimmer
ก็หมายถึง B&B หรือ Bed and Breakfast นั่นเอง
*
*

จากที่พักไกด์เราชี้ให้เห็น Melk Abbey ใน Zentrum
จากตรงนี้เราเห็นเนินเขาใหญ่น้อยสลับไปมา
สมราคาคุยว่าเป็น Tuscany แห่ง Austria
(ได้รับการรับรองจากคนอยู่อิตาลีมาเจ็ดปี คนนั้น)
*
*

ร้านอาหารสุดเลิศของเรา ที่น้อยใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลือกร้าน
เป็นอาหารชื่อดังของเมืองนี้ทีเดียว
แฝงตัวอยู่ในโรงแรม 3 ดาว Hotel Stadt Melk
คืออาคารสีชมพูด้านซ้ายสุด ตีนเขา Melk Abbey กันเลย
*
*

บรรยากาศในร้านแสนหรูหราชวนซึมซับ
ความปราณีตของรสชาดและหน้าตาอาหาร
*
*

แค่ชิมขนมปังเหนียวนุ่ม กับ ชีสต์นมแพะ เราก็ร้อง wow แล้ว
พอเสริฟซุปถ้วยแรกปุ๊บ
เราก็พยักหน้าหงึกหงักว่า
…เชื่อหัวไอ้มิค (Michelin) ได้เลย
*
*

เราเลยเลือกเครื่องดื่มแบบออสเตรีย
SPRITZER
เป็นการผสมไวน์ กับ โซดา
ที่นี่พิเศษขึ้นด้วยการใส่น้ำลูกพีซลงไปด้วย
อร่อยหวานน้ำต้มกระดูก เอ๊ย ไวน์กับผลไม้
แต่ก็แอบมึนๆ ได้นะเจ้าค่ะ
*
*
ดูรูปเพิ่มเติม คลิกที่นี่


ทำไมถนนสายโรแมนติก เค้าถึงเรียกว่า เป็นถนนสายโรแมนติกล่ะค่ะ
อยากรู้จริงๆนะ