
จะมีอะไรต้องพูดอีก
นอกจากคำว่า “WOW”
สำหรับ “LOISIUM” พิพิทธภัณฑ์ไวน์สุดเดิ้น
แห่งเมือง Langenlois
เรามาเมืองนี้โดยบังเอิญ จากข้อมูลที่ได้ใส่มือมาเมื่อวาน
และไกด์สุดเก่งของเราก็อ่านเจอเมืองนี้เข้าในข้อมูลท่องเที่ยว
เราเลยตัดสินใจวกรถกลับจาก Melk ย้อนมาทางเหนือของ Krems
สู่เมืองเป้าหมาย… Langenlois
ดินแดนที่เขาบอกว่าเป็น “ที่สุด”
ของการผลิตไวน์ขาวของย่านนี้ทีเดียว
ด้วยระบบการให้ข้อมูลท่องเที่ยวชั้นเลิศของประเทศออสเตรีย
การแวะเข้าอักษร (i) จะเป็นผลดีกับเราเสมอ
งวดนี้เขาแนะนำเรามาที่ Loisium….
รับข้อมูลมาทีแรกก็เฉยๆ แต่พอเลี้ยวรถเข้ามา
ถึงกับอึ้งกับตัวโรงแรมและตัวอาคารพิพิทธภัณฑ์
ที่ล้วนเป็นงานสถาปัตยกรรมชั้นยอด
และถูกออกแบบการ communicate
ด้วย space, lighting และ content อย่างสุดยอด

wine . art . garden
บทสรุปชั้นดีจาก Brochure ของพิพิทธภัณฑ์
ที่เชื้อเชิญให้เราท่อง wave of thought…
นิทรรศการถูกออกแบบให้เราเดินผ่านขบวนการทำไวน์
เริ่มจากไร่องุ่น เราถูกแปลงร่างเป็นองุ่นสุก ที่ถุกบีบอัดคั้นน้ำที่สื่อผ่านการแสดงของน้ำพุ

ที่เป็นการเปิดการเดินทางของการ เ็้ก็บ กลั่น ไวน์ธรรมดาๆ ให้มีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ตลอดการเดินทางนับชั่วโมง ระยะทางกิโลครึ่งเราเพลิดเพลินกับทุกจุด
และซึมซับข้อมูลด้วยความเข้าใจ ไปพร้อมๆ กับ audio guide ชั้นดี
แถมปิดท้ายด้วยความประทับใจกับ interactive พรายฟองไวน์
ที่ทำให้ทุกคนสนุกสดชื่น ก่อนจะได้จิบไวน์รสฉ่ำที่ปลายทาง
เป็นความสุขชั้นเลิศ
เป็นการขายของที่แนบเนียน
เป็นการซึมซาบคุณค่าของเมล็ดองุ่น
…เป็นความประทับใจ
………………………………………………..

อาคารสุดเดิ้น ด้วยวัสดุกึ่งสะท้อนแสง
ทำให้อาคารนี้เห็นแต่ไกลกลางไร่องุ่น
ฝีมือการออกแบบ architect สัญาชาติอเมริกา Steven Holl

ตัวโรงแรมที่ตั้งอยู่บนเนินที่สูงกว่านิดหน่อย
เพื่อจะได้เห็นไร่องุ่นได้ถ้วนทั่ว
Loisium Hotel and spa ที่นี่
ได้รางวัล the Best European Hotel Architecture Design Award
และ the Austrian National Prize for Culture and Tourism 2006

นิทรรศการเริ่มให้เราเดินผ่านไร่องุ่น
เพื่อสร้างบรรยากาศให้เราแปลงความรู้สึกเป็นองุ่น …ตั้งแต่ตรงนี้
ก่อนจะลงลิฟท์ที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นลงไปห้องนิทรรศการด้านล่าง
เพื่อเปรียบว่า เราถูกเครื่องปั่นคั่นน้ำองุ่น
ก่อนจะสู่ขบวนการหมักไวน์ต่อไป

ตลอดการเดินทางไม่จำเป็นต้องมีไกด์
ใช้ audio guide นำทางไปตลอด
ฟังไม่รู้เรื่อง กดฟังใหม่ได้
เบื่อนักก็กดข้ามไป…สบายแฮ

เดินลึกลงไปใต้ดินนับหลายสิบเมตร
เพื่อเข้าไปดูอุโมงค์เก็บไวน์จริงๆ
ดีเนอะไวน์ก็เก็บไป แถมเก็บตังค์คนมาเดินดูได้ด้วย

จาก audio guide หมายเลข 4 (ดูป้ายหลังแมว)
บอกว่าในสมัยโบราณจะใช้ “้แมว” ในการตรวจเช็คว่า
ไวน์ถังไหนใช้ได้แล้ว โดยไม่ต้องเปิดถัง
เพราะถ้าแมวนอนบนถังไหน แสดงว่าถังนั้นอุ่นได้ที่แล้ว
… เปิดขายได้เลยเถ้าแก่!

พอถึงขั้นที่การผลิตไวน์สมบูรณ์แล้ว
ห้องนิทรรศการก็เฉลิมฉลองด้วย แสงสี สวยงาม
และ interactive กับผู้ชม อย่างสนุกสนาน
อย่างดนตรีจากเสียงหัวเราะเด็ก หรือ คีย์บอร์ดฟองฟู่

จบการเดินชมนิทรรศการด้วย
wine testing ให้มันซึ้งกันไปข้างนึงเลย
… ว่าจะใจดำไม่ซื้อติดมือไปสักขวดสองขวดหรือไง?
ภาพเบลอแบบนี้ คงพอรู้ว่าไวน์ที่นี่ดีกรีประมาณไหน
ช่างภาพถึงได้มือสั่นขนาดนี้!
ไวน์ที่นี่มีรสชาดดีแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร?
คงต้องขอความอนุเคราะห์ให้สหายผู้ร่วมทริป ช่วยเป็นคนบอกแทนอีฉันนะเจ้าคะ
เพราะไอ้ที่แบกข้ามน้ำข้ามทะเลมาสองขวด ก็ไม่ได้กินเองเหมือนกันจ้า
น่าสนุกจังเลยค่ะ พี่หญิง ว่าแต่แอบหนีไปเที่ยวมาเมื่อไหร่คะ
คิดถึงพี่หญิงนะคะ
เพิ่งหนีไป แล้วก็เพิ่งหนีกลับมาค่ะ
คิดถึงน้อง double เหมือนกัน แต่น้องใช้นามแฝงอยู่ พี่เลยไม่รู้ว่าคิดถึงกลับถูกคนไหม? 5 5 5 5
รู้แล้วว่าใครคือ double!!!
โอเค คิดถึงกลับไม่ผิดคนจริงๆ ด้วย
วันหลังชวนน้อง “แก้ว” มาชนแก้วกับพี่หน่อยนะจ๊ะ