ตอน ลุงตั๋น ปราชญ์ยาแห่งบ้านดงผาปูน
ป่าชุมชนเป็นศัพท์คำง่ายๆ แต่เข้าใจยากพอๆ กับศัพท์ฟิสิกซ์
เนื่องจากพวกเราห่างป่า และห่้่างความรู้สึกร่วมแบบนี้
ในขณะที่ใบไม้งอกเงยขึ้นมาเองกลางป่า แต่เรากลับเคยชินกับคำว่าสิทธิ์และสัมปทาน
…ที่มาจากไหนไม่รู้???
แต่ที่ “บ้านดงผาปูน” ป่าที่ขึ้นเขียวครึ้มห่างบ้านไม่กี่ก้าว
กลับไม่ถูกถือครองใครโดยใครคนใดคนหนึ่ง
แต่จะเป็นของคน 40 ครัวเรือนที่แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาดูแลป่าต้นน้ำ
และดิ่มกินผลพวงแห่งความสมบูรณ์จากป่าด้วยความเคารพ
ลูกต๋าวที่ผลนิ่มหอมหวานเหมือนลูกชิด จึงเป็นผลิตผลขึ้นชื่อใต้แบรนด์ “ภูฟ้า”
ที่เสมือนน้ำจากฟ้าให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปาก และไม่ต้องผลัดถิ่นไปไหน
…. ลุงตั๋น ชายไทยตัวเล็กใจใหญ่ ผู้ที่ออกเดินนำหน้ามาต้อนรับคนแปลกหน้า
ให้แปลกใจหนักหนาที่ชนกลุ่มเล็กๆ การศึกษาน้อยๆ มีใจรักษ์ธรรมชาติอย่างยิ่งใหญ่
ลุงตั๋นแทบจะรู้จักทักทายใบไม้ทุกใบที่นี่ รู้คุณและประกาศคุณมันอย่างภูมิใจ
ก้าน กิ่ง ราก ใบ ของไม้สารพัด ที่เป็นเหมือนตู้ยากลางป่า
เราแซวลุงว่า…อย่างนี้คงไม่ต้องหาหมอกันพอดี
ลุงตั๋นยิ้ม หลานแปลกหน้าก็ยิ้ม ต้นไม้ก็ยิ้ม ใบไม้ก็ยิ้ม
ถ้าเราอยู่กันอย่างพอดี ห่างกันพอดี ใกล้กันพอดี… ทุกอย่างคงพอ และ ดี อย่างนี้นี่เอง
เราจาก “บ้านดงผาปูน” มาด้วยความชุ่มชื่นของยาสมุนไพรต้ม
… “ม้าหลังแอ่น”… สรรพคุณแก้ปวดเมื่อยหลังไหล่
ที่แรกสัมผัสรสนั้นขมขื่นทั่วปาก
นึกในใจว่า “พลาดไปแล้ว” ที่รับเอาอาหารจากคนแปลกหน้ามากิน
แต่พอกลืนข้ามคอไปได้ รสหวานกลับติดลิ้นและชุ่มคอไม่ห่างหาย
“ใจหมา” ของเราเมื่อชั่วครู่แปลงร่างเป็น “ม้า” ในทันที
ลุงตั๋นเห็นเราชื่นชมและอร่อยลิ้นแทบจะยกยาต้มทั้งกระบอกให้มาเลยทันที
ละอายใจ และ เกรงใจอยู่ในที เลยทำได้แค่พนมมือป้อยๆบอกลาพี่ป้าน้่าอาออกมา
เหมือนเจ้า “ม้าหลังแอ่น” จะตอกย้ำให้คนกรุงขี้ระแวงอย่างเราได้ช้ำใจ
เพราะความหวานนั้น ติดลิ้น ติดคอ เราอยู่อีกข้ามชั่วโมงเลยทีเดียว
ทำให้รู้ว่าสรรพคุณสมุนไพร และพระคุณของปราชญ์ยาดงผาปูนนี่
… ไม่ใช่ธรรดาเสียแล้ว
……………………
ดูภาพเล่าเรื่องได้ที่
เข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจครับ
ตามลิงค์เขามาเรื่อย
.
อ่านเรื่อง สนุน สะ น่าน แล้ว
ประทับใจมากครับ
อยากไปบ้างจัง
.
.
เข้ามา…แบบไม่ตั้งใจ… ก็ไม่เป็นไรค่ะ
แต่ขอให้อยู่…อย่างตั้งใจ
ก็แล้วกันนะคะ
5 5 5
ถ้าจะไปน่านแบบ “แขกบ้านแขกเมือง” ไปกินไปอยู่แบบเขา
เราขอเชิญชวนนะคะ ทั้งสวย สงบ และชื่นใจ
แต่ถ้าไปเพื่อถามหาผับ ร้านกาแฟ ร้านอินเตอร์เน็ต รถโฟล์คคอกเท็ล…. อย่าเพิ่งไปเลยนะคะ
เพราะไม่มี (และไม่อยากให้มี) จ้า
แต่ดูจากชื่อ “ใต้ฟ้า” คุณคงเป็นคนแบบ ลม ฟ้า อากาศแน่ๆ
ไป “ภูฟ้า” ซิคะ ดูเหมาะกับชื่อคุณดี อิอิอิ
แวะเข้ามาอ่านครับ
คิดถึงธรรมชาติ อยากไปเที่ยวป่าบ้างจัง
เชิญชวนไปเยี่ยมน่านนะคะ
ป่ายังสมบูรณ์อยู่มากเลย
เขียวครึ้มจนทำให้เรามีความหวังว่า อย่างน้อย ต้นน้ำน่าน ก็ยังมีพลัง
สวัสดีบ้านดงผาปูนและคุณเจ้าของกระทู้ บังเอิญคิดถึงบ้านดงผาปูนแห่งนี้เลยลองพิมพ์ลงกลูเกิ้ลแบบเล่นๆดู เห็นเรื่องเล่าจากราวป่าแห่งนี้แล้ว ให้คิดถึงดงดอยแห่งนี้จังค่ะ บ้านห้วยจานในตำนาน หรือดงผาปูน ในปัจจุบันก็คงจะมากมีน้ำใจเช่นเดิม เราก็หวังว่าต้นน้ำน่านจะไหลรินยาวนานมาถึงคนกรุงเทพอย่างเราๆ
ขอบคุณที่ส่งข่าวบ้านดงผาปูนค่ะ
อ้อ อีกนิดค่ะพ่ออุ้ยตั๋นนอกจากจะเป็นปราช์ญยาแล้ว อีกเป็นปราช์ญนิทาน ตำนานพื้นบ้านอีกเดียวนะค่ะ
เหรอค่ะ supernana เคยฟังลุงตั๋นเล่านิทานด้วยเหรอ?
อิจฉาจังเลย
เคยเห็นภาพลุงตั๋นเล่านิทานในเว็บอื่นๆ เหมือนกัน เวลามีนักเรียน นักศึกษาไปหา… แจ๋วจริงๆ เน้อ ผู้เฒ่าคนนี้
แน่นอนเลยค่ะ ยิ่งเวลาอากาศเย็นๆนั่งล้อมวงรอบกองไฟบนเรือนไฟบ้านพ่ออุ้ย หลังอาหารค่ำ ยิ่งได้บรรยากาศมากเลยค่ะ พ่ออุ้ยนั่งเล่าไปบางทีเจ้าแมวเหมียวของแม่อุ้ยก็จะเดินมาคลอเคลียขนนุ่มของแมว กับไออุ่นจากเตาไฟผสมนิทานเก่าก่อนเหมือนหลุดออกไปเดินทางในโลกนิทานเลยค่ะ ว่าแล้ก็คิดถึงชาวบ้านและเด้กๆที่น่ารัก คุณคาปูชิโนเขียนเล่าเรื่องสนุกดรนะค่ะ แล้วคุณคาปุชิโนไปยังไงมายังไงถึงได้ไปแอ่วบ้านดงผาปูนได้ละค่ะ
บรรยากาศน่าอยู่มากอยากไปเที่ยวอีกโดยเฉพาะหน้าหนาวเนี่ยยิ่งสนุกใหญ่เลยได้นั่งล้อมวงกองไฟมีความสุขมากอยากให้เพื่อนๆได้ไปเที่ยวบ้าง
ไปมาแล้วสนุกมากน้ำเยอะปลาเยอะ ป่าก็สวยมาก