ตอน… คนใจใส แห่งบ้านสบมาง
ความสนุกสะน่านคราวนี้ ไม่ใช่เพียงการได้พบเจอธรรมชาติอันสวยงาม
แต่หากเป็นการพบเจอผู้คนและเรื่องราวที่งดงามไม่แพ้กันอีกด้วย
ที่บ่อเกลือวิว ที่พักคุณภาพแห่งอำเภอบ่อเกลือ
เราพบเด็กหนุ่มอัทธายาศัยดีที่ไม่ใช่ทำหน้าที่ของตนเป็นเพียง “หน้าที่”
หากแต่ใส่ใจในความเป็นเพื่อนมนุษย์ให้กันด้วย
เมื่อได้ยินคำถามจากคนแปลกถิ่น ถึงภาพถ่ายสะพานแขวนที่แขวนไว้ข้างเสาในรีสอร์ท
เด็กหนุ่มไม่รีรอที่จะอธิบายด้วยความภูมิใจในบ้านเกิด
แถมท้ายด้วยการการให้เบอร์โทรศัพท์เพื่อให้ติดต่อได้ !!!
หากนักท่องเที่ยวพลัดหลงเข้าไปชมบ้านสบมางของตนไม่ถูก จะได้ช่วยเหลือกันทัน
รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยน้าำใจที่อยากจะช่วยเหลือ
…มันช่างแตกต่างจากรอยยิ้มตามเคาเตอร์เซอร์วิซชั้นดี
ที่พนักงานผ่านการอบรมเทรนด์งานระดับมืออาชีพเสียเหลือเกิน
จนคนกรุงอย่างเราต้องขยี้หู ขยี้ตา …ว่าทำไมถึงเป็นคนใจดีขนาดนี้ ??
เมื่อเราไปถึงบ้านสบมางได้จริงๆ โดยไม่ต้องโทรศัพท์กวนพ่อหนุ่มน้อย
ขณะเดินเล่นอยู่กลางหมู่บ้าน เราได้ยินเสียงทักทายวิ่งไล่หลัง
“พี่ครับ พี่ครับ …. พี่มาจริงๆ เหรอครับ”
หนุ่มน้อยยิ้มอย่างยินดี ราวกับได้เจอสหายที่ห่างหายหน้ากันมานาน
มันทำให้เราเองก็รู้สึกเหมือน “กลับบ้าน”
…. ทั้งๆ ที่เคยเหยียบแผ่นดินนี้เป็นครั้งแรก
………………………
อีกคนของสบมาง ที่ทำให้หมู่บ้านเล็กๆ นี้น่าจดจำก็คือ
สาวชาวไร่ที่บังเอิญเดินผ่านมา ยามที่เราเกาะขอบคอสะพานอย่างงุนงง
ด้วยเพราะคำบอกเล่าถึงการซื้อและให้อาหารปลาในบริเวณนี้
สาวน้อยได้ฟังความก็ร้องบอกด้วยข้อมูลว่า วันนี้เจ้าของอาหารปลาเข้ากรุงเทพไปเสียแล้ว
แต่คงเกรงนักท่องเที่ยวต่างถิ่นจะผิดหวัง
เธอเลยเดินนำลิ่วกลับเข้าไปยังหมู่บ้าน เพื่อขึ้นไปยังบ้านเจ้าของผลิตภัณฑ์
สอบถามจำนวนที่ต้องการแล้วหยิบอาหารปลามาให้อย่างใส่ใจ
หยิบเงินจากแขกแปลกหน้าวางไว้บนบ้าน
แถมท้ายหาเงินทอนสองสามบาทคืนให้อย่างซื่อสัตย์
มิไยที่เราจะบอกว่าไม่ต้องหาเงินทอนหรอก
เธอผู้นั้นกลับร้องเสียงดัง แล้วเอาเงินสามบาทยัดใส่มือเราอย่างเต็มใจ
และขอรับไว้เพียงแต่คำว่าขอบคุณ ก่อนจะเดินลิ่วข้ามสะพานไม้อันเปราะบางลับสายตาไป
บนหลังเธอมีตะกร้าเก็บผัก
มือซ้ายเธอจับลวดเปื่อยที่ประคองสะพานไม้โยกเยก
ส่วน…มือขวาเธอมีมือถือ Nokia เก่าๆ เครื่องหนึ่ง
เราไม่รู้หรอกว่าเธอใช้ระบบอะไร
เพียงแต่รู้ว่า เธอได้ส่งสัญญาณ HAPPY ที่คมชัดที่สุดมาถึงเราแล้ว
………………………………..
ดูภาพเล่าเรื่องได้ที่